เปิดเส้นทางนักเตะนอกสายตามุ่งสู่สนามหญ้าระดับเวิร์ลคราส อองตวน กริซมันน์

คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชื่อดังทั้งในอดีตและในปัจจุบันนี้ เชื่อได้เลยว่ามีจำนวนไม่น้อยที่พวกเขานั้นต่างรู้กันดีว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ในการที่ใครสักคนหนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่มีค่าตัวระดับหลักล้านขึ้นไปได้ เพราะถึงแม้ว่าธุรกิจฟุตบอลในตอนนี้จะเฟื่องฟูก็ตาม แต่ทีมฟุตบอลก็สามารถที่จะลงเล่นได้เพียงแค่ 11 ผู้เล่นตัวจริงในสนามเท่านั้น

ดังนั้น Ibcbet ในตอนนี้จะมาเปิดเส้นทางของนักเตะคนหนึ่งที่เขานั้นก็เปรียบเสมือนม้านอกสายตาของทั้งโค๊ชและหลายๆ ทีมมานักต่อนักแล้ว จนกระทั่งเขาต้องฝ่าฟันกำแพงขวากหนามนั้นมุ่งสู่เวทีโลกได้ เขาคนนั้นก็คือ อองตวน กริซมันน์

เปิดเส้นทางนักเตะนอกสายตามุ่งสู่สนามหญ้าระดับเวิร์ลคราส อองตวน กริซมันน์
เปิดเส้นทางนักเตะนอกสายตามุ่งสู่สนามหญ้าระดับเวิร์ลคราส อองตวน กริซมันน

ก่อนหน้านี้ อองตวน กริซมันน์ เขาเป็นบุคคลหนึ่งที่ถูกหลายๆ ทีมในประเทศปฏิเสธไม่ยอมรับตัวเขาเข้าร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมโอแซร์ ทีมแซร์งเอเตียน หรือแม้กระทั่งทีมใหญ่อย่างโอลิมปิก ลียง ก็ยังไม่ต้อนรับนักเตะรายนี้เลย ในยุคที่เขานั้นยังไม่มีพื้นที่แสดงศักยภาพ แต่ในเวลานี้ ทีมเหล่านั้นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาเสียดายจิงๆ ที่ปล่อยเพชรเม็ดงามที่หลุดมือไป พ่อหนุ่มสายเลือกเมืองน้ำหอม ฝรั่งเศส รายนี้ ในตอนเด็กๆ นั้นก็ต้องถือว่าเขาคือเจ้าหนูอีกหนึ่งคนที่มีทักษะทางฟุตบอลที่ดีเกินกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน แต่ข้อด้อยมากๆ เลยที่ทำให้หลายๆ ทีมในตอนนั้นไม่มองม้ามึดรายนี้ เนื่องจากว่าตัวของเขาเล็กเกินไป เป็นเจ้าหนู่ที่ดูแล้วอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งสักเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่ไม่หันมามองอย่างเดียวในตอนนั้น มีหลายๆ ทีมก็ถึงขั้นบอกปัดไม่ยอมให้เจ้าหนู กริซมันน์ คนนี้เข้าไปทดสอบบฝีเท้าเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าคุณพ่อของเขาจะพยายามไปขออ้อนวอนโค๊ชจากทีมฟุตบอลหลายๆ ทีมให้มาดูฝีเท้าของลูกชายร่างเล็กคนนี้เสียก่อนมากแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครยอมมาดูเลย จนกระทั่งในปี 2005 ก็มีอีกหนึ่งแมวมองของทีมเรอัล โซซิดะ เป็นทีมจาก ลา ลีก้า สเปน ได้มีโอกาสไปชมการแข่งขันที่จัดโดยทีมเปเอสเช ในฝรั่งเศส เขาได้ไปเห็นเจ้าหนูร่างเล็กคนนี้น่าจะถูกชะตาพอสมควร เลยได้ทำการดึงตัวเจ้าหนูคนนี้ไปขัดเกลาฝีเท้าอยู่หลายปีทีเดียว แล้วเจ้าหนูร่างเล็กที่ชื่อว่า อองตวน กริซมันน์ นี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่สามารถผ่านการเจียรนัยให้กลายเป็นเพชรเม็ดงามขึ้นจนได้ เพราะในปี 2009 กริซมันน์ นั้นก็สามารถที่จะนำตัวเองโผล่ขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ของเรอัล โซซิดะ จนได้ แล้วในปีนั้นเอง มันเปรียบเสมือนกับการออกมาประกาศให้โลกลูกหนังได้รู้ว่า ตอนนี้กำลังจะมีอีกหนึ่งแข้งระดับโลกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน พอหลังจากที่เขาอยู่ค้าแข้งกับทีมนี้มา ในช่วงระยะเวลา 5 ปีเขาสามารถสร้างผลงานเอาไว้ได้มากมาย เขาเป็นอีกหนึ่งดาวเตะที่เป็ฯเจ้าของส่วนสูงเพียงแค่ 175 เซนติเมตร รายนี้ก็เรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนูของจริง สามารถลงเล่นไปให้กับทีมต้นสังกัดไป 202 นัด สามารถที่จะยิงทำประตูได้ไปแล้ว 52 เม็ด ในทุกๆ รายการ

ดังนั้น เมื่อมีสถิติเพียงเท่านี้เข้ามาประกาศให้วงการฟุตบอลยุโรปได้รู้นั้น มันก็กลายเป็นพ่อหนุ่มเนื้อหอมที่ทีมฟุตบอลทั่วทั้งยุโรปต่างจับจ่องและพยายามจะมาลากตัวเขาไปอยู่ด้วยกันทั้งนั้น ในเวลานั้นเอง กริซมันน์ ไม่ใช่เป็นม้านอกสายตาสำหรับเวทียุโรปอีกต่อไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เส้นทางของ กริซมันน์ ก็ได้เปลี่ยนเส้นทางอีกครั้งหนึ่ง เขาได้เดินทางมาที่ทีมตราหมี แอด มาดริด ทีมในลา ลีก้า สเปน ซึ่งในช่วงแรกๆ นั้น กริซมันน์ เองก็ยังเป็นได้เพียงแค่ตัวสำรองในทีมเท่านั้นเอง แต่เมื่อไหร่ที่เขาได้ถูกส่งตัวไปลงสนาม เขาก็สามารถที่จะโชว์ฟอร์มได้อย่างดีทีเดียว และ ในฤดูกาลแรกกับทีมตราหมี เขายิงทำประตูได้ถึง 25 ประตูจากการลงเล่น 53 นัดในทุกรายการไปในทันที มันกลายเป็นสถิติที่ไม่ใช่ขี้ๆ เลยสำหรับนักเตะหน้าใหม่คนหนึ่งที่พึ่งย้ายทีมเข้ามา เมื่อเขามีฟอร์มเดือดแบบนี้ เลยทำให้มีรายชื่อเข้าไปติดอยู่ในทีมชาติฝรั่งเศส ที่อยู่ในชุดลุยศึกฟุตบอลดลกปี 2014 ที่ประเทศบราซิล พวกเขาพาทีมชาติของตัวเองบุกไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แล้วก็มาโดนทีมชาติเยอรมันเขี่ยตกรอบไปก่อน และ กริซมันน์ ไม่สามารถยิงทำประตูได้เลยในรายการนั้น แต่ฟอร์มของเขาก็ถือว่าค่อนข้างดุเดือดไม่น้อย แต่เมื่อกลับมาค้าแข้งในสโมสรเขาก็เดินหน้าผลิตสกอร์อย่างเต็มที่ในปี 2015-2016 เรียกได้ว่ายิงได้ 32 ประตูในทุกๆ รายการเลยทีเดียว

เปิดเส้นทางนักเตะนอกสายตามุ่งสู่สนามหญ้าระดับเวิร์ลคราส อองตวน กริซมันน์
เปิดเส้นทางนักเตะนอกสายตามุ่งสู่สนามหญ้าระดับเวิร์ลคราส อองตวน กริซมันน์

จากม้านอกสายตา มุ่งเข้าสู่เส้นทางของนักเตะกองหน้าจอมถล่มประตูทั้งระดับสโมสรและทีมชาติได้แบบยอดเยี่ยมสุดๆ เขาเป็นกองหน้าที่มีความฉลาดในการขึ้นเกมไม่น้อย รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะต้องขึ้นยิง เมื่อไหร่ควรจะต้องดึงจังหวะรอ มันจึงทำให้ในเวลานี้ อองตวน กริซมันน์ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะกองหน้าร่างเล็กที่รอเวลาเพื่อจะกลายเป็นตำนานต่อไปและในอนาคตเราจะมาสดุดีนักเตะคนนี้กันที่นี่ Ibcbet จุดศูนย์รวมความบันเทิงด้านฟุตบอลออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด

รีวิวนักเตะที่เคยโดน มูรินโญ่ ด่าออกสื่อมาแล้ว

ถ้าเอ่ยชื่อถึงกุนซืออย่าง โซเซ่ มูรินโญ่ นั้น ก็คงจะรู้กันดีว่าโค๊ชรายนี้เป็นกุนซือขาโหดที่จัดว่าอยู่ในระดับแถวหน้าๆ ของวงการลูกหนังกันเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้เองก็ต้องบอกว่าที่ผ่านมาเขาเองก็เคยที่จะด่าใครต่อใครออกสื่อมาแล้ว และ IBCBET ช่องทางของคนรักฟุตบอลออนไลน์ของเราในตอนนี้จะมาเผยรายชื่อนักเตะที่เคยโดน มูรินโญ่ ด่าออกสื่อกันมาแล้ว เรียกได้ว่าด่ากันยับเลยทีเดียว

รีวิวนักเตะที่เคยโดน มูรินโญ่ ด่าออกสื่อมาแล้ว
รีวิวนักเตะที่เคยโดน มูรินโญ่ ด่าออกสื่อมาแล้ว

เริ่มต้นกับนักเตะที่ต้องบอกว่าดวงอาจจะตกก็ได้ที่โดน จ่ามู แกนั้นออกมาด่าผ่านสือยับเลย นักเตะคนนั้นก็คือ ซาร์มูเอล เอโต้ นั่นเอง ซึ่งถ้าให้เราได้ย้อนไปในอดีตนั้น ทั้ง จ่ามู และ เอโต้ ก็ถือได้ว่าเป็นนักเตะคู่บุญเหมือนกัน เพราะทั้งคู่ก็พากันประสบความสำเร็จอย่างมากเลยทีเดียวกบทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน จนกระทั่งในปี 2013 ที่ จ่ามู นั้นได้มีโอกาสที่จะกลับมากุมบังเหียนทีมสิงห์บลู เชลซี อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ไปจัดการสอย เอโต้ ตามมาร่วมทีมอยู่ในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งหนึ่งด้วย แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าช่วงนั้นเอง เอโต้ ก็มีอายุที่เริ่มเยอะขึ้นแล้ว ความฟิตมันก็เริ่มที่จะโรยราลงไปค่อนข้างที่จะเยอะพอสมควรเลยทีเดียว มันเลยเป็นเรื่องที่สำคัญเลยที่ฟอร์มการเล่นของนักเตะกองหน้ารายนี้มันดร็อปลงไป แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย แต่ไม่รู้ว่า จ่ามู แกไปกินยาผิดซองมาหรือเปล่า หรือผิดรอบเดือนก็ไม่ทราบ อารมณ์ของแกเลยปริ๊ดขึ้นมา ซึ่งตอนนั้นก็อยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2014 ที่ จ่ามู เองก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เลยว่า ปัญหาตอนนี้ของทีมนะ มันก็จะมีแค่กองหน้าเท่านั้นแหละ ซึ่งผมนี่มี เอโต้ ก็จริง ซึ่งมันอายุ 32 แต่ร่างกายของมันอาจจะปาเข้าไป 35 แล้วก็ไม่รู้ ฟอร์มมันทำไมอย่างกับคนแก่แบบนั้น เรียกได้ว่าเป็นการออกมาด่านักเตะของตัวเองว่า แก่ ออกสื่อกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าน่าสงสารเจ้าตัวเหมือนกันว่า เออ ไม่แก่บ้างก็ให้มันรู้ไป อะไรแบบนั้น

นักเตะคนที่ 2 ที่ต้องบอกเลยว่าถ้าเอ่ยชื่อมาแล้วก็คงไม่น่าเชื่อว่าจะโดน จ่ามู แกด่ายับ เพราะนี่คือระดับซุปตาร์เลยทีเดียว เขาคือ เอเดน อาร์ซา นั่นเอง ซึ่งแฟนบอลก็คงจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า จ่ามู แกนั้นเคยออกมาด่าทีหนึ่งแล้วว่า อาร์ซา นั้นไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใส่เสื้อเบอร์ 10 แต่นั้นมันแค่การวิจารณ์แบบเบาะๆ ชีลๆ เท่านั้น แต่ที่หนักหน่วงเลยก็เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ในปี 2014 ซึ่งในตอนนั้น จ่ามู ก็พูดถึง อาร์วา ได้ค่อนข้างจะรุนแรงเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่ตอนนั้น อาร์ซา เองก็มีฟอร์มการเล่นที่ไม่ได้แย่อะไรสักเท่าไหร่ แต่ จ่ามู ก็ออกมาวิจารณ์ว่า อาร์ซา นี่มันไม่ค่อยจะเป็นนักเตะที่เสียสละเพื่อทีมสักเท่าไหร่เลยนะ ถ้าพูดกันแบบส่วนตัวๆ ก็คงไม่เป็นไร แต่นี่พูดออกสื่อที่เรียกได้ว่ารู้กันไปทั่วโลก เรียกได้ว่า อาร์ซา ฟังดูแล้วก็คงจะช็อคน่าดูเลยทีเดียว แม้ว่าในตอนนั้นเอง อาร์ซา ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมสามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ แต่บทเรียนราคาแพงของ จ่ามู กับเชลซี ก็คือ ในปีถัดมา ที่จ่ามูนั้นด่านักเตะดีมากใช่ไหม ปากดีมากใช่ไหม นักเตะรวมตัวกันบีบให้กุนซือหลุดจากเก้าอี้ไปเลย เรียกได้ว่าหลุดจากทีมและโดนนักเตะไล่ออกจากทีมคืนอย่างสาสมเลยทีเดียว

รีวิวนักเตะที่เคยโดน มูรินโญ่ ด่าออกสื่อมาแล้ว
รีวิวนักเตะที่เคยโดน มูรินโญ่ ด่าออกสื่อมาแล้ว

นักเตะคนที่ 3 ที่มิวายก็ต้องโดน จ่ามู แกด่ายับเช่นเดียวกัน เขาคนนั้นก็คือ เปเป้ ป ประมุก นี่แหละ เรียกได้ว่าโหดแค่ไหน ก็ไม่พ้นขาโหดยิ่งกว่าอย่าง จ่ามู เข้าให้ แถมยังโดนด่าแบบเจ็บจิ๊ดกันเลยทีเดียว โดยเรื่องราวนี้ก็เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2013 ซึ่งในสมัยนั้น จ่ามู ก็ยังทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด อยู่ที่ ลา ลีก้า สเปน ซึ่งในตอนนั้นเอง จ่ามู ก็จัดการดองเค็ม ดองหวาน เปเป้ ให้ตกไปเป็นตัวสำรอง เรียกได้ว่าเก็บเข้ากรุไม่ให้ได้เกิดกันเลยทีเดียว โดยกุนซืออย่าง มูรินโญ่ ก็ได้ให้เหตุผลในการดองนักเตะคนนี้ว่า เปเป้ นั้นเขามีปัญหามากทีเดียว แล้วปัญหานั้นมันก็มีชื่อว่า วาลาน เพราะว่า วาลาน คือคนที่เป็นเด็กที่เข้ามาแทนที่คนที่อายุ 31 แต่เด็กคนนั้นพึ่งอายุได้ 19 ปีเท่านั้นเอง เอาพูดกันง่ายๆ เลยนะพวกคุณฟังให้ดี เปเป้ นั้นชีวิตของเขานั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่สาเหตุหลักๆ เลยที่ทำให้ 2 คนนี้เขาออกมาทำสงครามน้ำลายกันผ่านสื่อก็เพราะว่า เปเป้ นั้นได้ออกมาวิจารณ์ จ่ามู ผ่านสื่อก่อน เรียกได้ว่างานนี้ สมน้ำสมเนื้อ แรงมาแรงกลับ อะไรแบบนั้นกันเลยทีเดียว แต่ก็ต้องบอกเลยว่า มาทีหลังเอาหนักกว่า จ่ามู วิจารณ์กันยับเลยทีเดียว

นักเตะคนสุดท้ายที่นำมารีวิวฟุตบอลออนไลน์กันที่นี่ IBCBET ก็คือ นักเตะคู่บุญของ จ่ามู เองด้วย เขาคนนั้นก็คือ ริวัลโด้ คาวัลโญ่ นั่นเอง มิวายที่ต้องโดน จ่ามู แกก็สอยกันไป แถมยังโดนด่าแรงอีกด้วย ขนาดที่เขาทั้งคู่ก็เคยร่วมงานกันมามากถึง 3 ทีม ก็ยังด่ากันลง โดยเหตุเกิดขึ้นในปี 2005 ที่พากันย้ายมาที่สิงห์บลู ซึ่ง จ่ามู ก็ออกมาด่าผ่านสื่อว่า คาวัลโญ่ มันเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรเลย บางทีมันควรจะไปทดสอบไอคิวดูนะ แปลง่ายๆ ว่า โง่ นี่แหละ เรียกได้ว่า จ่ามู แกไปโกรธอะไรมาก็ไม่รู้ แล้วนี่ก็คือนักเตะที่เรียกไดว่า โดนจ่ามูด่ายับมาแล้ว นั่นเอง