กว่าจะมาเป็นม้าแข่งสายพันธ์แกร่งที่เห็นกันในคาสิโนออนไลน์เกมเดิมพันสุดตื่นเต้นได้นั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง ติดตามกันได้ที่นี่

กีฬาม้าแข่งนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาแห่งศักดิ์ศรีและความแกร่งกล้าของสัตว์ที่เรียกได้ว่ามีความเร็วกลายเป็นแรงม้าในทุกวันนี้ ม้าแข่งนั้นก็เรียกง่ายๆ ว่ากว่าจะมาเป็นจรวดทางเรียบที่วิ่งแข่งกันในสนามม้าดังๆ นั้นมันต้องผ่านอะไรมามากมาย ผ่านการฝึกฝน ผ่านการดูแลจากคนเลี้ยงม้าหรือว่าจ๊อกกี้มาติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปติดตามเรื่องราวที่ม้าแข่งหนึ่งตัวจะมาเป็นม้าแข่งสายพันธ์แกร่งที่คอเดิมพันได้คลิ๊กเข้าไปเล่นกันใน คาสิโนออนไลน์ นั้นจะมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันเลย

สิ่งแรกเลยที่เพื่อนๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่าคนที่ขี่ม้าหรือว่าจ๊อกกี้ที่อยู่บนหลังม้าแข่งนั้น ทำไมส่วนใหญ่ถึงจะต้องตัวเล็กๆ ร่างกายอาจจะไม่ได้กำยำ ล่ำสันเป็นนักเล่นกล้ามสักเท่าไหร่ แต่หารู้ไม่ว่าจ๊อกกี้แต่ละคนนั้นตัวเล็กๆ ก็จริง แต่อัดแน่นไปด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งราวดังม้าแข่งเช่นเดียวกัน เหตุผลที่ต้องให้จ๊อกกี้ตัวเล็กๆ ก็เพราะว่าจะต้องมีน้ำหนักที่ไม่เกิน 50 กิโลกรัม เพื่อที่จะให้เป็นผลดีต่อตัวม้าเอง และ เพื่อไม่ให้ม้านั้นแบกน้ำหนักของจ๊อกกี้เอาไว้เยอะเกินไป เพื่อไม่ให้ม้านั้นเกิดอาการบาดเจ็บและเพื่อให้ม้านั้นวิ่งเร็วขึ้น เรียกได้ว่าคอกม้าจะต้องหาคนที่ตัวเล็ก แต่แข็งแรงมาทำหน้าที่เป็นจ๊อกกี้ และ ม้าแข่งหนึ่งตัว จะต้องเริ่มทำการฝึกฝนให้เกิดความอึด ความทน ความแข็งแกร่ง กันตั้งแต่อายุ 2 ขวบ หรือ 2 ปี ไปจนถึงช่วง 6 ปี ดังนั้น กระดูกสันหลังของม้าก็เป็นเรื่องปกติที่คนเราอายุน้อยๆ กระดูกก็อาจจะยังไม่แข็งแรงเต็มที่ ม้าก็เช่นเดียวกัน เลยกลายมาเป็นเหตุผลว่าจ๊อกกี้ที่ขึ้นบนหลังม้าต้องตัวเล็กที่สุดได้ยิ่งดี และ ถ้าสังเกตกันดู การแข่งขันม้าแต่ละครั้ง ถ้ายังไม่ถึงเวลาแข่งจริงๆ จ๊อกกี้จะไม่ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าเลย จะยืนอยู่ข้างๆ ม้าตลอด แต่เวลาที่แข่งขันกันจริงๆ ในสนามม้า จะใช้เวลาเพียงประมาณ 1 นาทีเศษๆ เท่านั้น ตรงนี้จ๊อกกี้ถึงจะสามารถขึ้นไปขี่บนหลังม้าได้เพื่อที่จะเซฟหลังม้าให้มากที่สุดนั่นเอง

กว่าจะมาเป็นม้าแข่งสายพันธ์แกร่งที่เห็นกันในคาสิโนออนไลน์เกมเดิมพันสุดตื่นเต้นได้นั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง ติดตามกันได้ที่นี่
กว่าจะมาเป็นม้าแข่งสายพันธ์แกร่งที่เห็นกันในคาสิโนออนไลน์เกมเดิมพันสุดตื่นเต้นได้นั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง ติดตามกันได้ที่นี่

การเลี้ยงม้าหนึ่งตัวเพื่อที่จะมาเป็นม้าแข่งนั้น คนเลี้ยงม้าต้องใส่ใจและประคบประหงมม้าตัวนั้นเรียกได้ว่าแทบจะ 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าม้าแข่งหนึ่งตัวมีมูลค่าราวดั่งเพชรเม็ดงาม ว่ากันแบบนั้น คนเลี้ยงม้าจะสังเกตแม้กระทั่วอาหารที่ให้ม้ากิน ว่าม้านั้นในแต่ละมื้อกินอาหารหมดหรือไม่ ตามหลักการที่ถูกต้องตามอายุ ตามน้ำหนักของม้า ถ้าม้ากินอาหารไม่หมด แสดงว่ามีสิ่งผิดปกติ และ คนเลี้ยงม้าต้องทำการวัดอุณหภูมิในตัวม้ากันทุกระยะด้วย เรียกได้ว่าดูแลกกันอย่างลูกน้อยกันเลยทีเดียว ม้าที่แข็งแรงจะมีอุณหภูมิในร่างกายประมาณ 36.5 – 38.5 องศา แต่ถ้าผิดแปลกไปจากนี้สันนิฐานได้เลยว่าม้าแข่งตัวนั้นอาจจะมีอาการป่วยและต้องส่งตัวให้สัตวแทพย์นั้นรักษาในทันที รวมไปถึงเรื่องของชีพจรของม้าด้วย คนเลี้ยงม้าก็จะวัดชีพจรของม้าทั้งตอนที่ม้าพักอยู่และตอนที่ม้าซ้อมวิ่งเสร็จแล้ว และ ตอนที่ม้าแข่งเสร็จแล้วด้วย ซึ่งชีพจรของม้าที่แข็งแรงและสมบูรณ์ร่างกายฟิตดีนั้น ชีพจรของม้าตัวนั้นจะต้องแข็งแรงและเป็นปกติตามที่มีการบันทึกเอาไว้ตามวันเวลาปรกตินั่นเอง และ หลายๆ ท่านก็คงอยากจะรู้ว่าชีพจรของม้านั้นเหมือนกับคนหรือไม่ และ วิธีวัดทำแบบไหน ตรงนี้แอดมินก็ไปเสาะหาข้อมูลว่ามา การวัดชีพจรของม้านั้นที่ดีที่สุดเลยก็คือการใช้หูฟังวัดไปที่หัวใจของม้า แล้วฟังนับเป็น 1 นาที แต่เราจะใช้เวลาเพียง 15 วินาที ในการนับชีพจรของม้าและ คูณด้วย 4 ให้มาเป็น 1 นาทีแทน เพราะการไปยุ่งกับม้านาน บางทีม้าอาจจะกลัวและหัวใจอาจจะเต้นเร็วขึ้นได้ และ เครื่องมือวัดชีพจรที่เป็นเครื่องวัดเลยก็มีเช่นกัน แต่มันอาจจะไม่ชัวร์มากเหมือนกับเครื่องวัดของคนนั่นเอง และ ชีพจรของม้าที่สมบูรณ์ แข็งแรง เป็นปรกติดนั้น จะอยู่ที่ 25-38 ครั้งต่อนาที เรียกได้ว่าหัวใจของม้านั้นเต้นช้ากว่าคนเราเยอะมากทีเดียว แต่สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านั้น ชีพจรของม้าที่เป็นม้าแกร่งมากๆ ตอนวิ่งแข่งด้วยความเร็วสูงนั้น ม้าตัวนั้นจะมีชีพจรที่พุ่งปริ๊ดสูงขึ้นไปถึง 200 ครั้ง ต่อ 1 นาทีได้เลย

อีกหนึ่งอย่างที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีการฝึกซ้อมม้าให้กลายมาเป็นม้าแกร่งที่เห็นวิ่งแข่งกันใน คาสิโนออนไลน์ และในสนามม้านั้น เขาจะมีลู่วิ่ง เป็นลู่วิ่งของม้าที่เป็นสายพานเหมือนกับลู่วิ่งของคนเลย แต่จะยาวกว่าคน และ มีเซฟตี้มากกว่าคนเยอะทีเดียว จะมีทั้งรองเท้าบูทของม้าที่ม้าอาจจะเตะขาตัวเองแล้วล้มได้ และ เซนเซอร์เวลาที่ม้านั้นอาจจะหลุดจากลู่วิ่ง เรียกได้ว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเพียงเศษเสี่ยวหนึ่งของการเลี้ยงม้าเพื่อให้กลายมาเป็นม้าแข่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังได้